กมธ.ยกร่างกฎหมายกัญชาฯ เคาะเกณฑ์คุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจกัญชา

Share this content.

(24 มิ.ย.65) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกและกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ…. เปิดเผยความคืบหน้าของร่างกฎหมายซึ่งยังมุ่งเน้นการคุ้มครองเยาวชน นอกจากนี้ ยังมีข้อห่วงใยในการนำเสนอข่าว โดยขอให้สื่อมวลชน และประชาชนช่วยกันตรวจสอบ เนื่องจากในระหว่างการรวบรวมผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ จะต้องอยู่บนฐานของข้อเท็จจริง เช่น กรณีการระบุถึงผู้เสียชีวิตจากกัญชา แต่เมื่อตรวจเลือดแล้วไม่พบสาร THC 

นายปานเทพ กล่าวด้วยว่า วันนี้ทางกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อมาให้ความเห็น และข้อชี้แนะ รวมถึงแลกเปลี่ยนทัศนะที่ต้องมีการชี้แจงต่อคณะกรรมการระหว่างประเทศ หรือคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 ว่า ประเทศไทยมีแนวปฏิบัติอย่างไรในการดูแลเรื่องปัญหายาเสพติดในประเทศ รวมถึงมาตรการในการปลดล็อกกัญชา

“กมธ.ได้ดำเนินรอยตามรูปแบบต่างประเทศในการดูแลประชาชน ในการใช้กัญชาอย่างเหมาะสม สำหรับบริบทประเทศไทย มีทั้งการแพทย์แผนไทย อาหารไทย วัฒนธรรม รวมถึงการดูแลลดปัญหายาเสพติดจากการใช้กัญชาจากภูมิปัญญาในอดีต ซึ่งมีความแตกต่างจากบริบทในหลายประเทศ” นายปานเทพระบุ

กรรมาธิการฯ ได้มีการพิจารณามาตราสำคัญ และเห็นพ้องต้องกันในเรื่องของการบรรจุคุณสมบัติผู้ขออนุญาต ทำธุรกิจกัญชา  ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุมทั้งการอนุญาตในการจำหน่าย ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือขาย เพื่อทำธุรกิจ โดยมีคุณสมบัติที่ง่ายต่อการเข้าถึงสำหรับบุคคลธรรมดา ดังนี้  เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตคนไร้ความสามารถ หรือคนเหมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นผู้ที่ละเมิดของกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพักใช้ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตที่ยังไม่ครบกำหนด ออกโดยตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาท

“กมธ. ยังกำหนดคุณสมบัติสำหรับผู้ที่จะมาทำธุรกิจกัญชาในฐานะบุคคลธรรมดาว่า จะต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ยกเว้น จะมีบทเฉพาะการความผิดเกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชงในอดีต รวมถึงกระท่อมด้วย ขณะเดียวกัน จะมีกระบวนการเปิดช่องให้กับผู้ที่เคยเกี่ยวข้องกับการเสพยาเสพติด หรือกระทำความผิดเหล่านี้ได้กลับมาเป็นพลเมืองดีหากมีการพ้นโทษไปแล้ว 2 ปี”

สำหรับนิติบุคคล ได้มีการเห็นชอบในหลักการแล้ว คือจะมีลักษณะตามบุคคลธรรมดาโดยทั่วไป และผู้แทนของนิติบุคคลนั้น จะต้องเป็นคนไทย คือมีสัญชาติไทย และกรรมการนิติบุคคล หรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 ใน 3 นั้นจะต้องเป็นสัญชาติไทย และมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย  หากเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ไม่เป็นนิติบุคคล สามารถเป็นผู้ขออนุญาตได้ เพื่อป้องกันการกีดกัน การเข้าถึงการทำธุรกิจกัญชาของประชาชนผู้สุจริต และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนกลุ่มใด หรือกลุ่มการเมืองกลุ่มใด แต่ประชาชน และนิติบุคคลใดที่เข้าข่ายคุณสมบัติสามารถเป็นผู้ขออนุญาตได้ทุกคน

ที่มา:

https://news.ch7.com/detail/578446


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved