กัญชง กัญชา : “ปลดล็อก” แล้ว ปลูก ใช้ จำหน่าย อย่างไร ให้ถูกกฎหมาย

Share this content.

การ “ปลดล็อก” กัญชา กัญชง ทุกคนปลูกได้ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ประชาชนสามารถปลูกเพื่อใช้เอง รวมทั้งผู้ประกอบการที่ปลูกในเชิงพาณิชย์ โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องจดแจ้งผ่านแอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” ขององค์การอาหารและยา (อย.) 

ส่วนการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจำหน่าย ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยาสมุนไพร ยังคงต้องขออนุญาต

สำหรับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์และส่วนของพืช ต้องขออนุญาตกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากเป็นผลิตภัณฑ์ต้องขออนุญาตกับ อย. โดยขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ 

สำหรับการปลดล็อกวันที่ 9 มิ.ย. นี้ มีอะไรที่ทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต และเรื่องไหนที่ต้องจดแจ้งและขออนุญาตอยู่ 

ทำสารสกัดจากกัญชา ต้องขออนุญาตหรือไม่ 

กองควบคุมวัตถุเสพติดกัญชา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ข้อมูลว่า โดยทั่วไปแล้วการทำสารสกัดกัญชาจะตรวจสอบว่ามีสารแต่ละส่วนปริมาณเท่าใด ต้องนำสารสกัดที่ได้ไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะอนุญาตให้ปลูกตามบ้านได้แล้ว ให้ใช้ส่วนประกอบของพืช ยกเว้น ช่อ ดอก ในการทำอาหาร แต่การนำส่วนใดส่วนหนึ่งของกัญชา กัญชง ไปสกัดเพื่อให้ได้สาร THC หรือ Tetrahydrocannabinol ยังคงต้องแจ้งขออนุญาตผลิตสกัดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด (ยกเว้นการสกัดจากเมล็ด) โดยสารสกัดที่มี THC ไม่เกิน 0.2% จะได้รับการยกเว้นไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ

สำหรับ THC เป็นสารของกัญชาที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้ผ่อนคลาย นอนหลับ ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และกระตุ้นให้อยากอาหาร 

GETTY IMAGES

จำหน่ายส่วนของพืชไม่ต้องขออนุญาต แต่ถ้าขายเมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ สารสกัด ต้องขออนุญาต

หลังจากปลดล็อกแล้ว อะไรที่ขายได้บ้าง 

ไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่ การขายส่วนของพืช ไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายยาเสพติด

  • การขายเมล็ดพันธุ์และกิ่ง ต้องขอรับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืช
  • การขายสารสกัดที่ได้รับอนุญาตให้สกัดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด กรณีสาร THC ไม่เกิน 0.2% ไม่ต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ แต่ถ้าเป็นสารสกัดที่ THC เกิน 0.2% ต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ และผู้ซื้อต้องมีใบอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษด้วย

การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น

การนำส่วนของกัญชา กัญชง มาใช้ในอาหารที่ผลิตเพื่อจำหน่าย 

กองควบคุมวัตถุเสพติดกัญชา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า ส่วนของกัญชา กัญชง และสารสกัดแคนนาบิไดออล (CBD) ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อผลิตจำหน่าย ต้องเป็นเฉพาะส่วนของพืชที่กำหนดในประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ เมล็ดกัญชง น้ำมันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง ผลิตภัณฑ์อาหารที่ใช้เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน รากและใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการใช้ประโยชน์จากสารสกัด CBD 

ผู้ประกอบการสามารถขอขึ้นทะเบียนตำรับอาหารหรือขออนุญาตใช้ฉลากอาหาร เพื่อรับเลขสารบบอาหาร และต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน เงื่อนไขชนิดอาหาร ปริมาณ THC และ CBD และแสดงคำเตือนเป็นไปตามที่ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย ต้องดำเนินการยื่นขอรับเลขสถานที่ผลิตอาหารและเลขสารบบอาหารด้วย 

GETTY IMAGES

กลิ่นควันจากกัญชา ระวังถูกแจ้งเหตุรำคาญ หากไม่แก้ไขมีโทษปรับ/จำคุก 

เมื่อ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการสาธารณสุขมีมติเห็นชอบร่างคำแนะนำของคณะกรรมการสาธารณสุข เรื่อง แนวทางควบคุม เหตุรำคาญ จากการกระทำให้เกิดกลิ่น หรือควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด สำหรับราชการส่วนท้องถิ่นใช้ควบคุมเหตุรำคาญแล้ว 

รายละเอียดของประกาศนี้ ให้เจ้าพนักงานในท้องถิ่นดูแล เมื่อได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนเหตุรำคาญ เรื่อง กลิ่นหรือควันจากการสูบกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใด ให้เจ้าพนักงานดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย โดยศึกษาข้อมูลเบื้องต้น เช่น สถานที่หรือบริเวณที่ถูกร้องเรียน สถานที่ที่ประชาชนร้องเรียน แหล่งกำเนิดกลิ่นหรือควัน ลักษณะกลิ่น ช่วงเวลาที่ได้รับผลกระทบ ก่อนแจ้งเตือนให้แก้ไขในเวลาที่กำหนด 

“กรณีผู้ถูกร้องเรียนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง ให้เจ้าพนักงานดำเนินการส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข โดยอัตราโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวข้างต้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาทถ้วน หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้ถูกร้องเรียนปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครอง เรื่องยุติ ให้เจ้าพนักงานแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ร้องเรียนทราบต่อไป” อธิบดีกรมอนามัย ระบุ 

ขั้นตอนจดแจ้งปลูกกัญชา กัญชง ผ่านแอปฯ “ปลูกกัญ”

  • เข้าสู่เว็บไซต์ http://plookganja.fda.moph.go.th/ หรือแอปพลิเคชั่น ปลูกกัญ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ แอนด์ดรอยด์
  • ลงทะเบียน
  • จดแจ้งตามวัตถุประสงค์
  • รับเอกสารจดแจ้งอิเล็กทรอนิกส์

Getty Images

ผลิตภัณฑ์กัญชา ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย 

กัญชาสามารถใช้รักษาโรคได้ โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การนำผลิตภัณฑ์ยากัญชามาใช้ ต้องได้รับการวินิจฉัย จากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ คำแนะนำมีดังนี้ 

  • ปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรหยดยาเพิ่มเอง
  • มีผู้ดูแล 
  • ไม่ขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร 

สำหรับอาการผิดปกติที่พบได้บ่อย ได้แก่ ง่วงนอนมากกว่าปกติ ปากแห้ง คลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะ 

อาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์ที่่โรงพยาบาล 

  • หัวใจเต้นเร็วและรัวผิดจังหวะ เป็นลมหมดสติ เจ็บหน้าอกร้าวไปที่แขน เหงื่อแตก ตัวสั่น
  • สับสน กระวนกระวาย วิตกกังวล หวาดระแวงไม่สมเหตุสมผล
  • อึดอัด หายใจไม่สะดวก 
  • เดินเซ พูดไม่ชัด
  • หูแว่ว เห็นภาพหลอน พูดคนเดียว อารมณ์แปรปรวน 

ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ 

  • กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • โรคซึมเศร้า โรคอารมณ์สองขั้ว
  • โรคจิตจากสารเสพติด โรคจิตเภท มีความเสี่ยงสูงในการทำร้ายตัวเอง
  • รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคตับ โรคไตที่มีอาการรุนแรง
  • มีประวัติแพ้สารสกัดกัญชา

ที่มา:

https://www.bbc.com/thai/thailand-61703618


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved