ก่อนปลด”กัญชา”เสรี มีผลดีและผลเสียอย่างไร

Share this content.

ล่าสุดเด็ก 9 ขวบสุมหัวกันทดลองสูบดอก”กัญชา” เลียนแบบยูทูปทำบ้องใช้เอง ทางเครือข่ายต้านภัยยาเสพติด จึงยื่นหนังสือถึง ป.ป.ส. ประชุมด่วน เพื่อชี้แจงผลดีและผลเสีย หามาตรการควบคุมก่อนปลดกัญชาเสรี

เมื่อไม่นานนี้ คนทำงานเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง พบเยาวชนอายุ 9-13 ปี จำนวน 6 คนจับกลุ่มกันทดลอง สูบช่อดอกกัญชาสด(ช่อดอกมีสารเมา THC สูงมากถึงร้อยละ 20-30)โดยเด็กๆ อ้างว่า กัญชาไม่เป็นยาเสพติด ไม่ผิดกฎหมาย จึงทำบ้องกัญชาดูดเอง เลียนแบบคลิปจากยูทูป

ส่วนในเขต กทม.พบ“สูบแป๊ะ” ใช้เฮโรอีนโรยบนกัญชา เสพให้เมาสุดเหวี่ยง ซึ่งเคยใช้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว 

ทางเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด จึงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการ ป.ป.ส. หวังพิจารณาเร่งด่วนจะครบ 120 วัน ประกาศกระทรวงสาธารณสุขรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เกรงว่า จะไร้มาตรการควบคุม หากใช้กัญชาในทางที่ผิด

กลุ่มเปราะบางน่าเป็นห่วง 
ในวันที่ 9 มิถุนายน  2565 จะครบ 120 วัน ประกาศราชกิจจานุเบกษา ให้มีผล “กัญชา” ไม่ใช่ยาเสพติด ประเภท 5 ทั้งส่วนของช่อดอก ใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น รากและเมล็ด

ส่วนจะมีมาตรการการควบคุมอย่างไร หลายฝ่ายมีความห่วงใยกลุ่มเปราะบาง…

วัชรพงศ์ พุ่มชื่น  นักพัฒนางานวิชาการ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ หนึ่งในเครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด กล่าวว่า เมื่อเดือนเมษายน 2565  พบรายงานเยาวชนไทยใช้กัญชาในทุกภูมิภาค ส่วนอายุของเด็กที่ทดลองใช้กัญชาในทางที่ผิดก็ต่ำลงเรื่อย ๆ 

นักวิจัย ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า กัญชาที่เด็ก ๆ เอามาสูบก็ไปขโมยจากหลังบ้านของคนในหมู่บ้าน ซึ่งแอบปลูกกันทุกหลังคาเรือน

“เพราะเด็กไม่ได้มีความรู้ ก็ไปเก็บช่อดอกกัญชาสดมาสับแล้วใส่ไปกับบุหรี่เพื่อสูบ อีกส่วนก็ ใส่ในบ้องกัญชาที่ทำขึ้นเองแล้วสูบ”
วัชรพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเขตบางกอกน้อยและคลองเตย เราได้รับรายงานว่า “การสูบแป๊ะ” หรือการโรยเฮโรอีนบนกัญชาที่อยู่ในรูบ้อง เพื่อให้มีอาการเมา

“หลังจากวิธีการนี้หายไปนาน เป็นข้อน่ากังวลว่า สถิติการใช้กัญชาในรูปแบบยาเสพติด ที่เพิ่มมากขึ้นนี้ จะนำไปสู่การใช้ยาเสพติดอื่น ๆ ที่เคยบรรเทาลง เช่น กรณีการสูบแป๊ะที่จะทำให้คนสูบกัญชา หันไปติดเฮโรอีน”

และนำไปสู่การเสพเฮโรอีนอย่างเดียวในที่สุด ซึ่งข้อมูลนี้ตรงกับนักวิจัยของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ประสานงานพื้นที่ภาคเหนือเครือข่ายผู้ใช้ยาประเทศไทย

การใช้กัญชาผิดกฎหมาย ?

จากสถานการณ์การใช้กัญชาในกลุ่มเยาวชนไทยที่มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทาง เครือข่ายนักวิชาการ และภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 

และวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามยาเสพติด เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมาโดยระบุว่า

-สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ในทางที่ถูกต้อง และความห่วงใยต่อโอกาสที่จะเกิดการใช้กัญชาในทางที่ผิด ทางเครือข่ายฯ มีความประสงค์ ขอให้ประธานและคณะกรรมการ ป.ป.ส. จัดประชุมพิจารณาด่วนเรื่องครบ 120 วัน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท  5 ในวันที่ 9 มิ.ย.2565 ที่จะถึงนี้

-เพื่อพิจารณาชะลอการบังคับใช้ประกาศ กระทรวงสาธารณสุขฉบับดังกล่าวออกไปก่อน จนกว่าจะมีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดที่เพียงพอ ควบคู่กับมาตรการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากกัญชา ก่อนที่จะมีการปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด อย่างเป็นทางการ
-ประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว ระบุรายชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีเพียงสารสกัดที่มี THC (Tetrahydrocannabinol) มากกว่าร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนักเท่านั้นที่เป็นยาเสพติด

-ส่วนพืชกัญชา ส่วนกัญชา และสารสกัดที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก ไม่เป็นยาเสพติด สามารถเสพ ใช้ได้โดยไม่ผิดกฎหมายยาเสพติด โดยมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้น 120 วัน 

หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 

หากประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2565

ผลดีในการใช้กัญชา

-สามารถใช้กัญชาหรือสารสกัดกัญชา ที่มีส่วนผสมของ CBD (Cannabidiol) ที่เหมาะสม และมี THC น้อยเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ได้

ผลเสียการใช้

1.เด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่สามารถสูบช่อดอกได้ (ช่อดอกมีสารเมา THC สูงมากถึงร้อยละ 20-30) เพราะช่อดอกไม่ใช่ยาเสพติด โดยสามารถอ้างว่าใช้เพื่อสุขภาพ 

2.การตรวจวัดระดับ THC ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น อาหาร และเครื่องดื่ม ว่ามี THC มากกว่าหรือน้อยกว่าร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก เป็นสิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ในสถานการณ์จริง 

3. การปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติดให้ใช้สำหรับวัตถุประสงค์อื่นได้ นอกจากเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เป็นการกระทำผิดต่อการเป็นสมาชิกของอนุสัญญาระหว่างประเทศ เกี่ยวกับยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททั้ง 3 ฉบับ 

อาจเป็นเหตุให้ประเทศไทยสามารถถูกคณะกรรมการ ควบคุมยาเสพติดระหว่งประเทศเรียกไปสอบถาม ตักเตือน ตำหนิ แนะนำ หรืออาจจะตอบโต้ได้ เช่น การตัดการนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์ยาบางชนิด ซึ่งจะทำให้ยาที่จำเป็นชนิดนั้นขาดแคลนได้ในประเทศไทย เป็นต้น

อีกทั้งการที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ…. เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565

แต่ยังไม่ได้มีการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรแต่ประการใด ทำให้ไม่มีมาตรการ ควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดใดๆ เมื่อครบ 120 วัน

ที่มา:

https://www.bangkokbiznews.com/news/1006083


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved