ครม.รับทราบชะลอขอจดทะเบียนคุ้มครองกัญชา กัญชง ออกไปก่อน

Share this content.

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบผลการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องการศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ

โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พิจารณาแล้วสั่งให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานหลักรับรายงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) มีข้อสรุป ดังนี้ 

ดอกกัญชา

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : เห็นว่าการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชา กัญชง จะต้องชะลอการขอจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์ภายในประเทศออกไปก่อน เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาและวิจัยที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : เห็นด้วยกับข้อเสนอแนะ และรับไปพิจารณาดำเนินการ

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : สมควรมีการจัดตั้งสถาบันพืชควบคุม เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แห่งชาติเข้ามาบริหารจัดการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เห็นด้วยในหลักการ แต่อาจมีความทับซ้อนกับการควบคุมพืชที่เป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากถ้ากำหนดชื่อของสถาบันเฉพาะเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนั้น ทุกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจากส่วนประกอบของพืชควบคุมจะถูกกำหนดให้ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้นหรือไม่ ชื่อของสถาบันอาจไม่สอดคล้องกับการนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชควบคุมมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือทางการค้า

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : ให้ยกเลิกมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เพื่อลดการผูกขาดโดยรัฐ ควรเปิดโอกาสให้มีการนิรโทษกรรมสำหรับผู้ครอบครองกัญชา

องค์การอาหารและยา(อย.) : รับข้อสังเกตเพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงกฎ ระเบียบต่อไป และในส่วนการนิรโทษกรรม กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้มีการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ และมียากัญชาใช้ในสถานพยาบาลและให้สามารถขออนุญาตเพื่อการศึกษาวิจัยได้อยู่แล้ว จึงอาจไม่มีความจำเป็นต้องเปิดให้แจ้งการครอบครองอีก

ปลูกกัญชา ม.แม่โจ้_๑๙๐๙๒๑_0048.jpg

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : กำหนดให้มีการศึกษาวิจัยสายพันธุ์พืชเสพติดอย่างเปิดกว้างเพื่อการพัฒนาสายพันธุ์และองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่อง

องค์การอาหารและยา(อย.) สนับสนุน ส่งเสริมให้มีการขออนุญาตศึกษาวิจัยพันธุ์พืชเสพติดเพื่อการแพทย์และอื่นๆ เพื่อการพัฒนาสายพันธุ์และองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องแล้ว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ร่วมกับ อย. : มีการลงนามในข้อตกลงเพื่อสนับสนุนให้มีการปรับปรุงพันธุ์ และขึ้นทะเบียนพันธุ์ นอกจากนี้ ในกฎหมายปัจจุบันเปิดโอกาสให้มีการใช้พืชเสพติด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยได้ ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ดำเนินการขอรับอนุญาตเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยแล้ว เช่น สวทช. มหาวิทยาลัยต่าง ๆ

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : การยกเลิกพืชเสพติด ได้แก่ กัญชา กัญชง และกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติดในกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย. และ สำนักงาน ป.ป.ส. : เห็นว่า กัญชา และกัญชงจัดเป็นพืชในสกุล Cannabis ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 ซึ่งกำหนดให้ประเทศภาคีสมาชิกต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมพิเศษและห้ามการผลิต นำเข้า ส่งออก การใช้ประโยชน์ เว้นแต่ในปริมาณเท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยเท่านั้น โดยประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาดังกล่าว จึงต้องดำเนินการภายใต้กรอบของอนุสัญญาดังกล่าว 

นอกจากนี้ยังมีมาตรการควบคุมและพันธกรณีที่ประเทศสมาชิกต้องดำเนินการ ทั้งนี้ กรณีการยกเลิกกัญชา และกัญชงจากการควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษก็อาจกระทำได้โดยตรากฎหมาย ควบคุมกัญชาและกัญชงเป็นการเฉพาะ จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดและมีระดับไม่ต่ำกว่ามาตรการตามที่อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 กำหนด กรณีของกระท่อม สำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ระหว่างดำเนินการยกเลิกพืชกระท่อมจากกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ

ประยุทธ์-น้ำมันกัญชา

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : ควรจะต้องมีการประมาณการ ปริมาณการผลิต ความต้องการของตลาด ผลตอบแทน และมีระบบติดตามตรวจสอบที่ดี ภายหลังที่กฎหมายในประเทศอนุญาตให้มีการส่งออกกัญชา กัญชง และกระท่อม

อย. : แจ้งว่า ได้ดำเนินการประมาณการการใช้ยาเสพติดในประเทศแจ้งการนำเข้า ส่งออก เพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 พร้อมทั้งจัดทำระบบติดตามตรวจสอบ Track and Trace

กระทรวงพาณิชย์ : ได้มีการรวบรวมข้อมูลการใช้กัญชา กัญชงในต่างประเทศเพื่อจัดเตรียมข้อมูลประเทศที่สามารถจะนำเข้าได้ภายใต้การควบคุมตามกฎ ระเบียบ ของประเทศนั้น ๆ หรือประเทศใดที่มีโอกาสนำเข้าได้และยินดีสนับสนุนข้อมูลและการดำเนินการ กรณีการส่งออก โดยต้องพิจารณาจากกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของต่างประเทศด้วย

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : จะสนับสนุนการผลิต การวิจัย พัฒนาด้านสายพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิต เพื่อให้ได้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานทางการเกษตร และได้ผลผลิตที่ดีเป็นไปตามที่ต้องการของตลาด

อนุทิน-น้ำมันกัญชา

ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ : หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องพิจารณาศึกษาเกี่ยวกับการอนุวัติการ (Implementation) กฎหมายภายในประเทศ ให้มีความรอบคอบ เพื่อส่งเสริมให้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของนักปรับปรุงพันธุ์พืชและบริษัทเมล็ดพันธุ์ที่ผลักดัน

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : เห็นว่า กรณีการจดทะเบียนพันธุ์ใหม่ หากเกิดจากการปรับปรุงพันธุ์ในประเทศ ซึ่งมีคณะกรรมการที่จะพิจารณารับรองพันธุ์และมีกฎระเบียบอย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของการคุ้มครอง หรือการแบ่งปันผลประโยชน์ โดยมีสำนักคุ้มครองพันธุ์พืชเป็นผู้ดูแล

กระทรวงพาณิชย์ : โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา เห็นด้วย เนื่องจากจะทำให้กฎหมายสามารถใช้บังคับได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถเป็นแรงจูงใจในการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ภายในประเทศมากขึ้น การกำหนดให้กัญชงเป็นยาเสพติดซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมของเส้นใยและเมล็ด ซึ่งอาจจะถูกตีความว่าเป็นยาเสพติดไปด้วย

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : เห็นว่า ตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ ค.ศ. 1961 ให้มีการควบคุมการปลูกพืชในสกุล Cannabis ประเทศภาคีสมาชิกต้องมีบทบัญญัติที่ควบคุมในระดับที่ไม่ต่ำกว่า นอกจากนี้ ปัจจุบันตามประกาศ สธ. เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563 ได้ยกเว้นให้เมล็ดกัญชงที่มาจากการผลิตที่ได้รับอนุญาตไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 แล้ว

ที่มา:

https://www.voicetv.co.th/read/q7C1Wp9Qp


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved