ครม.เห็นชอบ พ.ร.บ. พืชกระท่อม ใช้เพื่อรักษา-วิจัย

Share this content.

ครม.เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ….เพื่อควบคุมการใช้พืชกระท่อมในการรักษาและวิจัย ป้องกันเด็กและเยาวชนใช้ในทางที่ผิด หากผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก หรือทำการตลาดเพื่อขาย โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

วันนี้ (12 ต.ค.2563) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.วันนี้ ว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

ทั้งนี้ การจัดทำร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีข้อสังเกตเพิ่มเติม เมื่อครั้งได้ตรวจพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เพื่อเพิกถอนพืชกระท่อม ออกจากการเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และยกเลิกบทกำหนดโทษในความผิดเกี่ยวกับพืชกระท่อม

ตามที่ครม.มีมติเมื่อ 10 มี.ค.2563 โดยเห็นว่า หากรัฐบาลมีนโยบายที่จะยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ควรให้มีกฎหมายควบคุมพืชดังกล่าวเป็นการเฉพาะด้วย

ขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา “พืชกระท่อม” ถูกกำหนดกรอบวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของสังคมไทย ที่มีการใช้พืชกระท่อมในรูปแบบวิถีชาวบ้าน เช่น การเคี้ยวใบกระท่อมสด หรือการนำมาชงชาหรือต้มน้ำดื่มสำหรับตนเองในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน กลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

กระทรวงยุติธรรม จึงร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จัดทำร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ขึ้น

โดยจะเป็นการกำหนดมาตรการควบคุมพืชกระท่อม การป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงพืชกระท่อม และการป้องกันมิให้มีการนำพืชกระท่อมไปใช้ในทางที่ผิด ตลอดจนเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมในเชิงพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ซึ่งเรื่องดังกล่าว กระทรวงยุติธรรมได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ส. แล้ว

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้เสพพืชกระท่อม เพื่อการรักษาโรคและเพื่อการศึกษาวิจัย โดยห้ามผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ขึ้นไป เสพพืชกระท่อมในลักษณะ 4×100 (ผสมกับ ยา ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์) และห้ามไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ เสพพืชกระท่อม

รวมทั้ง ห้ามไม่ให้ผู้ใดยุยงส่งเสริมให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือสตรีมีครรภ์เสพพืช กระท่อม ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

ขณะเดียวกัน ยังกำหนดห้ามไม่ให้ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกพืชกระท่อม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ ป.ป.ส. ห้ามขายพืชกระท่อมให้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และสตรีมีครรภ์ รวมถึงห้ามใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ขายพืชกระท่อม ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับไม่เกิน 2 แสนบาท

“นอกจากนี้ ยังห้ามมิให้ขายพืชกระท่อมในสถานที่บางแห่ง เช่น โรงเรียน หอพัก สวนสาธารณะ สวนสัตว์ สวนสนุก หรือขายผ่านอินเทอร์เน็ต หรือเร่ขาย ห้ามโฆษณาหรือทำการสื่อสารการตลาดพืชกระท่อม ซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษปรับไม่เกิน 4 หมี่นบาท”

ที่สำคัญ ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังห้ามไม่ให้ผู้ใดโฆษณาหรือทำสื่อสารการตลาดพืชกระท่อมโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจสาธารณชนให้เสพพืชกระท่อมซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ยังกำหนดให้กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช้บังคับกับ (1) ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีส่วนประกอบของพืชกระท่อม ตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพร (2) ยาที่มีส่วนประกอบของพืชกระท่อม ตามกฎหมายว่าด้วยยา (3) อาหารที่มีส่วนประกอบของพืชกระท่อม ตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร และ (4) เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของพืชกระท่อม ตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง

ที่มา : https://news.thaipbs.or.th/content/297297


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved