ชาวอยุธยาแห่ร่วมประชุมวิชาการกัญชาการแพทย์ ส.ส.ภท.ย้ำสร้างความรู้เข้าใจก่อนคลอด กม. 

Share this content.

ประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 4 สุดพีก สสจ.อยุธยา เผย 3 วันแห่ร่วม 1.5 หมื่นคน เข้าคลินิกกัญชาการแพทย์ วันละ 2 พันราย หาความรู้ต่อยอดสร้างรายได้ เอกชนมีการแมทชิ่งต่อยอดธุรกิจอื้อ ส.ส.ภท.ย้ำช่วงเวลาสำคัญสร้างความรู้เข้าใจใช้ให้เกิดประโยชน์ ก่อนคลอด กม.

วันนี้ (20 มี.ค.) ที่ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่จัดงานประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ ปลดล็อกกัญชา กัญชง สร้างสุขภาพ สร้างรายได้ เขตสุขภาพที่ 4 บรรยากาศในงานตลอดทั้งวัน มีประชาชนสนใจเข้าร่วมฟังการบรรยายทางวิชาการ เกี่ยวกับกัญชา การฝึกปฏิบัติ การปลูกกัญชา การแปรรูปผลิตภัณฑ์กัญชา และการจำหน่ายสินค้า อาหารคาวหวาน แปรรูปจากกัญชา ทั้งเป็นยาสมุนไพร ยาสกัดจากกัญชา การให้บริการคลินิกกัญชา จากแพทย์แผนไทย และแผนปัจจุบัน

นพ.บุญชัย อิศราพิสิษฐ์ ผู้บริหารโรงพยาบาลราชธานี จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวบรรยายว่า ในอดีตกัญชามีการนำมาเสพ โดยใช้วิธีการสูบ ทำให้เกิดอาการเมาเคลิ้มหลอน ทำให้ถูกจัดอยู่ในบัญชียาเสพติด การสูบมีโทษต่อร่างกายมาก แต่ในปัจจุบันมีการวิจัยนำกัญชามาเป็นพืชสมุนไพร ซึ่งมีคุณประโยชน์ในการรักษาอาการป่วยต่างๆ เช่น ป่วยมะเร็ง กัญชาสามารถยับยั้งบรรเทาอาการของมะเร็ง บรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบ และรักษาเรื่องของต้อหิน โดยวิธีการที่ในครัวเรือนสามารถทำเองได้ ด้วยการปลูกกัญชา ภายในบ้าน 3-4 ต้น เราสามารถนำใบตากแห้ง นำมาต้มเป็นน้ำชา การกินใบสด ส่วนของการนำกัญชาไปสกัด แยกสารออกมาเพื่อใช้ทางการแพทย์ ต้องเป็นการทำในกลุ่มของวิสาหกิจชุมชน สิ่งสำคัญที่สุดของการให้ร่างกายเราไม่มีโรค คือ การดูแลสุขภาพให้ดีก่อน กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย

นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 กล่าวว่า การปลดล็อกกัญชา เป็นนโยบายหลักของพรรค ที่นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน และนำเข้าสู่สภาเพื่อปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ต่อไปนี้จะเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจ ทั้งในเรื่องของกฎหมาย คุณประโยชน์ของกัญชา ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศไทย สามารถสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนชุมชน ประเทศชาติได้ ส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เราเป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้ว วิสาหกิจชุมชน ที่เริ่มมีการรวมกลุ่มกันปลูกต้นกัญชาเพื่อทางการแพทย์ และการแปรรูปเป็นสินค้า แต่ละชุมชน แต่ละอำเภอมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ สามารถต่อยอดเชื่อมโยงการขายสินค้าของชุมชน ควบคู่กับการท่องเที่ยวได้

น.ส.พิชญา ภานุวงศ์ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนคลองจิก อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า บูธของกลุ่มวิสาหกิจได้รับความสนใจอย่างมาก มีการนำสินค้า ชากัญชา เนยกัญชา บราวนี่ น้ำผึงมะนาวกัญชา น้ำมะนาวกัญชา ก๋วยเตี๋ยวเรือกัญชา ซึ่งมีทั้งเนื้อและหมู มาจำหน่ายภายในงาน เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สาธารณสุขอำเภอบางปะอิน สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ในการให้ความรู้กับสมาชิกทั้งในเรื่องของการปลูกกัญชา การแปรรูปการ การบรรจุผลิตภัณฑ์ ประชาชนหลายคนให้ความใจอย่างมากจะติดตามไปใช้บริการสินค้า และขอไปเรียนรู้ศึกษา เรื่องคุณประโยชน์ของกัญชา การมาร่วมงานครั้งนี้เราไม่ได้แค่มาขายสินค้า เรามาให้ความรู้ความเข้าใจในเบื้องต้นพร้อมทั้งนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวของชุมช เรา ของอำเภอบางปะอิน ที่หลายคนไม่ทราบมาก่อน

น.ส.เมธาวี พานทอง พนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในย่านรังสิต จ.ปทุมธานี มาเที่ยวชมในงาน เปิดเผยว่า ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนทำวิสาหกิจชุมชน ปลูกกระท่อม และพืชสมุนไพร บ้านกุดแห จ.หนองบัวลำภู เปลี่ยนอาชีพปลูกอ้อย ทำนา มาปลูกกระท่อม นำไปสกัดเป็นเยื่อ แล้วส่งขายต่างประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำไปผลิตเป็นยา โดยมีการประกันรายได้ของกระท่อมเอาไว้ให้กับชาวบ้าน สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านอย่างมาก บางรายมีการเลิกปลูกอ้อยมาปลูกกระท่อมแทน 

หลังจากมีการปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด จึงมีความสนใจเรื่องการปลูกกัญชา จึงมาร่วมฟังการบรรยาย และดูวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ได้รับความรู้และเอกสารจากทาง อย. อย่างมาก เตรียมที่จะพาสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน เดินทางมาศึกษาดูงานวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกัญชาที่ประสบความสำเร็จ เพราะสมาชิกของกลุ่มส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรอยู่แล้วรู้วิธีการดูแลการบำรุงรักษาพืชผลทางการเกษตรอยู่แล้วทำความเข้าใจกันง่ายกัญชาสามารถต่อยอดได้อย่างมาก บางอย่างไม่คิดว่าจะสามารถทำได้ เช่น เนยกัญชา ได้ลองชิมแล้วรสชาติดีมาก ขั้นตอนกรรมวิธีก็ไม่ยาก เชื่อว่า จากประสบการณ์ของกลุ่มสามารถสร้างรายได้จากกัญชาได้ อีกทางหนึ่ง และมีตลาดต่างประเทศสนใจอย่างมาก หากทางภาครัฐมาสนับสนุนประชาชนในเรื่องของการให้ความรู้ การปลูกเพื่อทำอาหาร การปลูกเพื่อนำไปสกัดเป็นสารเคมีเพื่อใช้ในการผลิตยา การปลูกเพื่อผลิตให้เป็นยาสมุนไพร ข้อกฎหมาย ช่วยการส่งออก เชื่อว่า ในอนาคตกัญชาจะเป็นพืชเศรษฐกิจ อย่างข้าวไทยแน่นอน”

ด้าน นพ.ยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน ประชาชนให้ความสนใจ ตื่นตัวเรื่องของกัญชาอย่างมาก ประชาชนเข้าร่วมงานตลอดทั้งงานประมาณ 15,000 คน ยังไม่รวมยอดผู้เข้าร่วมงานทางระบบออนไลน์ โดยที่คลินิกกัญชา ผู้เข้าใช้บริการเฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 คน มาขอรับบริการคำปรึกษาการใช้กัญชาในการรักษาอาการป่วยของโรค มีการจ่ายยา น้ำมันกัญชา อาจารย์เดชา ไปแล้วกว่า 500 ขวด ศุขไสยาศน์ 2,500 แคปซูล สรรพคุณช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร ทำลายพระสุเมรุ 900 แคปซูล ใช้ในการรักษาอาการ แก้ลมจุกเสียด เมื่อยขบตามร่างกาย แก้ปวดกล้ามเนื้อ คลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งจากโรคลมอัมพฤกษ์ อัมพาต ยาแก้ลมแก้เส้น 1,000 แคปซูล แก้อาการมือเท้าชา แขนขาอ่อนแรง ส่วนการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์จากกัญชา ของร้านค้าจากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ เฉลี่ยวันละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งต่อจากนี้หลายวิสาหกิจชุมชน มีการพบปะกับผู้ประกอบการ การติดต่อขอรับซื้อ ต้นกัญชา ทั้งลำตันดอก ใบ จากโรงาน บริษัทที่จะนำกัญชาไปสกัด และได้รับการต่อยอดในการสั่งซื้อสินค้าเพื่อไปขายต่อ

ที่มา:

https://mgronline.com/politics/detail/9650000027306


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved