“ปลดล็อกกัญชา” ไม่เท่ากับ “กัญชาเสรี” เน้นใช้ทางการแพทย์ – ต่อยอดเศรษฐกิจ

Share this content.

ตั้งแต่มีการปลดล็อกพืชกัญชา กัญชง พ้นจากบัญชียาเสพติด ยกเว้นสารสกัดกัญชา กัญชง ที่มีค่าTHC เกิน 0.2% มีผลตั้งแต่ 9 มิ.ย.2565 และยังมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ออกตามมาใช้ควบคุมร่วมกับกฎหมายอื่นอีกหลายฉบับระหว่างรอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เป็นกฎหมายควบคุมโดยตรงมีผลบังคับใช้ก็ตาม แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปลูก การใช้ การจำหน่าย การแปรรูปได้อย่างเสรีหรือไม่ ดังนั้นมาไขข้อสงสัย เหล่านั้นกันอีกครั้ง

ปลดล็อกกัญชา ไม่เท่ากับ กัญชาเสรี

การปลดล็อกกัญชา กัญชง พ้นยาเสพติด ยกเว้นสารสกัดกัญชา กัญชง ที่มีค่าTHC เกิน 0.2% รัฐบาลต้องการให้เกิดการนำพืชกัญชา กัญชง มาต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาให้เกิดนวัตกรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และเชิงอุตสาหกรรม มีเป้าหมายเพื่อ 1.ประโยชน์ทางการแพทย์ 2.เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ 3. ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ 

การปลดล็อกดังกล่าวไม่ส่งเสริมให้ใช้ในเชิงนันทนาการ จึงควรนิยามความเปลี่ยนแปลงของพืชกัญชา กัญชง ในห้วงเวลานี้ว่า “ปลดล็อกกัญชา” ไม่เท่ากับ “กัญชาเสรี” เพราะการปลูก การใช้ การบริโภค แปรเป็นผลิตภัณฑ์ การนำเข้า ส่งออก ยังมีกฎหมายอย่างอื่นควบคุมอยู่ในระหว่างที่ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมโดยตรง กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาฯ ก่อนมีผลบังคับใช้

ประโยชน์และโทษ ของสาร THC / CBD ในกัญชา กัญชง

สาร THC มีประโยชน์ในทางการแพทย์เช่น แก้อาการนอนไม่หลับ ลดน้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็ง ช่วยลดอาการปวดการเกร็งของกล้ามเนื้อ แต่สารTHC ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เป็นสารมึนเมา จึงต้องใช้ตามแพทย์สั่งเท่านั้น และในการปลดล็อกกัญชา กัญชง ก็เว้นสารTHC ที่มีค่าเกิน 0.2% ด้วย ซึ่งหมายความว่า สารสกัดจากกัญชา กัญชง ที่มีค่าTHC เกิน 0.2% ยังเป็นยาเสพติดอยู่ หากใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดตามกฎหมายยาเสพติด

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็มักมีคำถามตามมา เช่น จะรู้ได้อย่างไรว่าใช้กัญชา กัญชง มีสารTHC เกินกำหนดหรือไม่ คำถามนี้มีคำตอบไม่ยากนัก คือ หากมีเจตนาใช้ในทางรักษาสุขภาพหรือทางการแพทย์แล้วก็ควรใช้ตามแพทย์สั่ง ไม่ต้องไปกังวลว่าจะใช้เกินหรือไม่ ขณะเดียวกันจะมีเครื่องมือตรวจพิสูจน์ได้แบบง่ายๆที่ได้รับการยอมรับออกมาใช้ตรวจได้ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามสารสกัดจากกัญชาปกติแล้วTHC จะเกิน 0.2% ดังนั้นประชาชนทั่วไปไม่ควรมีไว้ในครอบครอง ต่างจากผู้ประกอบการด้านการรักษาสุขภาพและหน่วยงานด้านสาธารณสุขที่มีไว้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการรักษาสุขภาพและทางการแพทย์จะเหมาะสมกว่า

ส่วนสาร CBD มีประโยชน์ทางการแพทย์เช่น ลดการอักเสบ ช่วยให้ผ่อนคลาย ลดความเศร้า ป้องกันโรคนอนไม่หลับ และมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เช่น เป็นส่วนผสมในอาหาร เครื่องสำอาง อาหารสัตว์ โดยสาร CBD ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท องค์การอนามัยโลกจึงไม่ได้จัดให้ CBD เป็นสารเสพติด

ความเหมือนและความต่าง กัญชา -กัญชง

กัญชา (Marijuana) และกัญชง (Hemp) เป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกำเนิดเดียวกันในวงศ์ Cannabaceae ตระกูล Cannabis เหมือนกัน ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทำให้กัญชงและกัญชามีลักษณะคล้ายกัน ต่างกันทางกายภาพเล็กน้อย เช่น กัญชา มีใบหนากว้าง เรียงตัวชิดกัน มีแฉกประมาณ 5-7 แฉก ส่วนกัญชง ใบเรียว เรียงตัวห่างกว่าใบกัญชามีแฉกประมาณ 7-11 แฉก

ขณะที่สารหลัก THC (ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้มึนเมา) และ CBD (ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท) มีอยู่ทั้งในกัญชา-กัญชง แต่กัญชามีTHCสูง CBD น้อย ต่างกันกับกัญชง ที่มีTHC น้อย แต่มี CBD สูง

สูบ ใช้ บริโภค อย่างไรให้ถูกต้อง

การปลดล็อกทำให้ทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ไม่เป็นยาเสพติด (ยกเว้นสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2%) แต่ในการนำไปใช้ยังมีกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องควบคุมอยู่ เช่น การนำไปสูบ มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข หากสูบในที่สาธารณะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ส่วนการสูบในที่มิดชิดที่พักส่วนตัว แม้ไม่มีกฎหมายห้าม แต่อย่างที่กล่าวไว้ว่า รัฐบาลไม่ส่งเสริมให้มีการสูบเพื่อการนันทนาการและการสูบกัญชาไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่กลับมีอันตรายเหมือนสูบควันบุหรี่

ด้านการนำไปใช้ปรุงอาหารเครื่องดื่ม กรมอนามัยได้ประกาศให้คำแนะนำการใช้อย่างเหมาะสม อาหารประเภทผัด ทอด แกง ต้ม ควรใช้ตั้งแต่ครึ่งใบ – 2 ใบสดต่อจาน ตามแต่ขนาดของจาน เครื่องดื่มแนะนำใส่ใบกัญชา 1 ใบสดต่อเมนูเสิร์ฟ 200 กรัม ทางร้านอาหารควรแจ้งไว้ในรายการอาหารอย่างชัดเจนว่าอาหารและเครื่องดื่มใดมีส่วนผสมของกัญชา กัญชง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าว่าจะรับหรือไม่รับเมนูที่มีส่วนผสมกัญชา กัญชงและการใช้ควรใช้ใบสดเนื่องจากสารTHC น้อยกว่าแบบตากแห้ง เมื่อสารTHC โดนความร้อนจะทำให้สารTHC ออกฤทธิ์มากขึ้น จะออกฤทธิ์หลังรับประทาน 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับบุคคล ตรงจุดนี้ควรระวังหากฤทธิ์ของกัญชามีผลทำให้ผู้บริโภคมีอาการมึนเมา ผู้นั้นไม่ควรขับยานพาหนะตามท้องถนนหรือทำกิจกรรมใดที่จะก่อให้เกิดอันตรายและความสูญเสียได้

ปลูก นำเข้า ส่งออก สกัด แปรรูปเป็นผลิตภันฑ์

สำหรับการปลูก สามารถปลูกได้ทั้งประชาชนทั่วไป เกษตรกร ผู้ประกอบธุรกิจ โดยไม่ต้องขออนุญาตแต่ให้จดแจ้งผ่านแอปฯหรือเว็บไซต์“ปลูกกัญ” (หากไม่จดแจ้งไม่ถือว่ามีความผิด) อย่างไรก็ตามมีรายงานจากคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกมาว่าประชาชนทั่วไปสามารถปลูกใช้ในครัวเรือนได้เพียงไม่เกิน10 ต้นและต้องจดแจ้งแต่ไม่ต้องขออนุญาต ส่วนผู้ปลูกเชิงพาณิชย์หรือปลูกเพื่อขายไม่จำกัดจำนวนต้น ต้องจดแจ้งและขออนุญาตก่อนปลูก แต่ในประเด็นนี้ต้องรอติดตามกันอีกครั้งหลัง พ.ร.บ.มีผลบังคับใช้ ในขณะนี้ยังเป็นไปตามที่กล่าวไว้ คือประชาชนทั่วไป เกษตรกร ผู้ปลูกเพื่อจำหน่าย ยังปลูกได้ไม่จำกัดจำนวนต้น เพียงแต่จดแจ้งก่อนปลูกเท่านั้น

การนำเข้า ห้ามนำเข้าสารสกัดยกเว้นเพื่อการศึกษาวิจัย หรือเป็นหน่วยงานรัฐเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ส่วนเมล็ดกัญชา กัญชงและส่วนอื่นๆ เช่น เปลือก ลำต้น ใบ กิ่งก้าน ราก ช่อดอก ต้องขออนุญาตตามพ.ร.บ.กักกันพืชและ พ.ร.บ.พันธุ์พืช เมื่อได้รับอนุญาต หากจะนำพืชกัญชา กัญชงมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือเป็นวัตถุดิบในการผลิตสารสกัดจากกัญชา กัญชง ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้นๆ

การส่งออก สารสกัดกัญชา กัญชง ที่มีTHC เกิน0.2% ต้องขออนุญาตตามกฎหมายยาเสพติดกับคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ส่วนเมล็ดพันธุ์ ผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายยาเสพติด แต่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง อาหาร และควรศึกษากฎหมายของประเทศปลายทางว่าอนุญาตให้นำเข้าหรือไม่

ส่วนการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และสารสกัด ไม่ว่าจะสกัดจากส่วนใด เช่น ใบ ช่อดอก ราก กิ่งก้าน ให้ขออนุญาตผลิตสกัดยาเสพติด ขณะที่การผลิตเครื่องสำอาง อาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และยา ที่มีกัญชา กัญชงเป็นวัตถุุดิบหรือส่วนประกอบต้องขออนุญาตามกฎหมายที่ว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้น เช่น ผลิตเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชง ต้องขออนุญาต อย. เป็นต้น

การขายกัญชา กัญชง อย่างถูกต้อง

การจำหน่ายส่วนของพืชกัญชา ไม่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด แต่การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และกิ่งพันธุ์ต้องขออนุญาตตามพ.ร.บ.พันธุ์พืช 

ขณะที่สารสกัดที่ได้รับอนุญาตให้สกัดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดกรณีเป็นสารสกัดที่มี THC ไม่เกิน 0.2 % ไม่ต้องมีใบอนุญาตจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ หากเกิน 0.2 % ต้องมีใบอนุญาตฯ ส่วนผู้จะซื้อสารสกัดที่มีTHC เกิน 0.2 % ต้องมีใบอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษเช่นกัน นอกจากนี้การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยผลิตภัณฑ์นั้นๆด้วย

ข้อห้ามและข้อปฏิบัติ อื่น ๆ

หากยึดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 นอกจากการห้ามสูบในที่สาธารณะแล้ว ยังพบข้อห้ามและข้อปฏิบัติอื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา ขนย้าย จำหน่ายกัญชาได้ , ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร, ห้ามจำหน่ายแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ หรือให้นมบุตร, อนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์แผนไทย-แผนไทยประยุกต์ แพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้าน สามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาให้กับผู้ป่วยของตนและอนุญาตให้ผู้ป่วยข้างต้น ครอบครอง ขนย้าย ดูแล เก็บรักษา ใช้ประโยชน์ในปริมาณที่จ่ายให้สำหรับการใช้ประโยชน์เป็นเวลา 30 วัน มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา เป็นต้น

ส่วนข้อสงสัยที่ว่าสามารถนำกัญชา กัญชงติดตัวไปต่างประเทศได้หรือไม่ ทางกระทรวงต่างประเทศได้แจ้งเตือนแล้วว่าห้ามนำกัญชา กัญชง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของพืชชนิดดังกล่าวออกไปยัง 27 ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เวียดนาม เนปาล เกาหลีใต้ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร จอร์แดน อิรัก ปาเลสไตน์ บรูไน กัมพูชา ออสเตรเลีย และประเทศในทวีปแอฟริกา เพราะกัญชา กัญชง ยังเป็นยาเสพติดในประเทศเหล่านี้ หากนำเข้าไปจะมีโทษตามแต่ละประเทศกำหนดไว้

ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่า แม้มีการปลดล็อกกัญชา กัญชง พ้นยาเสพติด แต่ผู้ที่จะใช้ยังคงต้องทำตามกฎการควบคุมเหล่านั้น นั่นหมายถึงว่าการมีกฎ มีระเบียบ มีข้อบังคับไม่ว่ากรณีใดหรือที่แห่งใดก็ย่อมไม่ใช่เสรี 100% อยู่แล้ว ดังนั้นพอสรุปความได้ว่า “ปลดล็อกกัญชา” ไม่เท่ากับ “กัญชาเสรี” และที่สำคัญจุดประสงค์ของการปลดล็อกทางรัฐบาลเน้นนำไปใช้ทางการแพทย์ ดูแลสุขภาพประชาชนและเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เท่านั้น

ที่มา:

https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG220713131026126


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved