“พาณิชย์” เผยจดสิทธิบัตร-อนุสิทธิบัตร “กัญชา-กัญชง” แล้ว 31 คำขอ

Share this content.

“พาณิชย์” เผยหลังรัฐบาลเปิดช่องให้นำกัญชา-กัญชง มาใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ถือเป็นยาเสพติด ทำผู้ประกอบการแห่ยื่นคำขอจดสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ สินค้าต่างๆ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มแล้วถึง 31 คำขอ ล่าสุดไฟเขียวอนุสิทธิบัตรไปแล้ว 2 คำขอ ที่เหลืออยู่ระหว่างตรวจสอบ ผู้ผลิตอาหารเผยวงการอาหารสนใจนำกัญชา-กัญชงไปเป็นส่วนประกอบกันมาก คาดดันมูลค่าอาหาร-เครื่องดื่มจากพืช 2 ชนิดเพิ่ม 10% 

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงกรณี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2562 และเปิดช่องให้กัญชาและพืชกระท่อม นำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และยังได้ปลดล็อกให้นำส่วนต่างๆ ของกัญชา และกัญชง ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้ว่า มีผู้ประกอบการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับกัญชาและกัญชงมากถึง 31 คำขอ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ 6 คำขอ, ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรที่มีกัญชาเป็นส่วนประกอบ 4 คำขอ, เวชภัณฑ์ที่มีสารสกัดเป็นสารออกฤทธิ์ 3 คำขอ, เครื่องจักรและกรรมวิธีการสกัดจากกัญชา 11 คำขอ, อุปกรณ์หรือชุดทดสอบสารสกัดจากกัญชา 3 คำขอ, ผลิตภัณฑ์ปล่อยสารระเหยจากกัญขา 2 คำขอ และผลิตภัณฑ์ของใช้ในบ้านที่มีกัญชงเป็นองค์ประกอบ 2 คำขอ 

“หลังจากที่รัฐบาลปลดล็อกกัญชาและกัญชงออกจากยาเสพติด มีคนมายื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ และสินค้าต่างๆ ที่มีส่วนผสมของกัญชาและกัญชงเป็นจำนวนมาก และล่าสุดกรมฯ ได้รับจดทะเบียนและออกอนุสิทธิบัตรไปแล้ว 2 คำขอ คือ กระถางผ้าเพาะปลูก และชุดเครื่องจักรสกัดน้ำมันกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์” นายวุฒิไกรกล่าว

ส่วนคำขออื่นๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอ ตาม พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสิทธิบัตรจะมีระยะเวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 ปีกว่า แต่อนุสิทธิบัตรใช้เวลาตรวจสอบน้อยกว่า ซึ่งกรมฯ น่าจะรับจดและออกอนุสิทธิบัตรให้ได้เร็วกว่า ขณะที่คำขอจดทะเบียนสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรที่ยื่นมาก่อนที่รัฐบาลจะปลดล็อกกัญชา และกัญชงนั้น กรมฯ ได้ละทิ้งทั้งหมดแล้ว 

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มหลายรายเริ่มทยอยยื่นคำขอจดสิทธิบัตรอาหารและเครื่องดื่มต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา แต่กว่าจะผลิตอาหารและเครื่องดื่มออกขายได้จริงต้องรอให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกระเบียบเกี่ยวกับการกำหนดปริมาณของสารในกัญชา และกัญชง ที่จะใช้ในอาหารและเครื่องดื่มก่อน เพราะผู้บริโภคแต่ละคนสามารถรับสารที่ให้ความเมาในกัญชาและกัญชงได้ไม่เท่านั้น บางคนรับได้นิดเดียวก็เมาแล้ว แต่บางคนรับได้มากกว่า อย.ต้องกำหนดปริมาณการใช้ให้ชัดเจน

ทั้งนี้ เห็นว่ากัญชงน่าจะนำมาทำอาหารและเครื่องดื่มได้ง่ายกว่ากัญชา เพราะมีปริมาณสารให้ความเมาน้อยกว่ากัญชาสำหรับการใช้ใบสด และขณะนี้เริ่มเห็นร้านอาหาร ร้านเบเกอรี ร้านขนม นำใบกัญชามาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารและเครื่องดื่มบ้างแล้ว 

“ผู้ประกอบการกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเริ่มมองถึงอนาคตของอาหารและเครื่องดื่มที่มีพืช 2 ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบกันมากขึ้น เพราะเป็นทางเลือกใหม่ แต่คาดว่าในไทยจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะทำให้มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่มีพืช 2 ชนิดนี้เป็นส่วนผสม เพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากมูลค่าตลาดรวมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศ ส่วนมูลค่าตลาดในต่างประเทศประเมินไม่ได้ เพราะแต่ละประเทศมีกฎระเบียบแตกต่างกัน” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2562 นั้น ได้เปิดช่องให้นำยาเสพติดประเภท 5 ได้แก่ กัญชา พืชกระท่อม ไปใช้ทางการแพทย์ ครอบคลุมถึงยาแผนโบราณ และยาสมุนไพร แต่ในระยะ 5 ปีแรกหลังการบังคับใช้ อนุญาตให้เฉพาะหน่วยงานรัฐ หรือหน่วยงานรัฐร่วมกับหน่วยงานอื่นเท่านั้น 

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้ออกประกาศกระทรวงเรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2563 โดยกำหนดให้ กัญชา และกัญชงยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เพียงแต่ส่วนของกัญชา และกัญชงที่ได้จากการปลูกหรือผลิตในประเทศ (ยกเว้นช่อดอก และเมล็ดกัญชา) ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก กิ่ง ก้าน ลำต้น เปลือก รากและเส้นใย รวมถึงสารสกัดที่มี CBD (สารที่มีอยู่ในกัญชา ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หรือไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมา) เป็นส่วนประกอบ และกากที่เหลือจากการสกัดซึ่งต้องมี THC (สารในกัญชา ทำให้เกิดอาการมึนเมา) ไม่เกิน 0.2%, เมล็ดกัญชง น้ำมัน และสารสกัดจากเมล็ดกัญชง ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ วิจัย ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ 

ขณะที่ประชาชนสามารถใช้ส่วนต่างๆ ของกัญชา กัญชง นำไปประกอบอาหาร ทำยารักษาโรค เป็นต้น เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนการนำเข้ากัญชา กัญชง สามารถทำได้ โดยขออนุญาตเป็นยาเสพติด ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง และเส้นใยแห้ง ได้รับการยกเว้น

ที่มา:

https://mgronline.com/business/detail/9640000034787


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved