“หมอแท้จริง” ห่วงเมากัญชาขับรถ อันตรายรุนแรงไม่มีกฏหมายเอาผิด

Share this content.

“อนุทิน” วอนอย่ากังวลพิษภัยกัญชา เดินหน้าสร้างความเข้าใจ ใช้อย่างปลอดภัย เพื่อสุขภาพและเศรษฐกิจ หวังโกยส่วนแบ่งจากมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท ย้ำอย่าใช้เพื่อสันทนาการ สร้างความเดือดร้อนรำคาญมีโทษ รมว.ยุติธรรมขอ กมธ.เร่งออกกฎหมายลูกแก้ความสับสนของสังคม “บิ๊กตู่” รับทราบความกังวลของหลายฝ่าย กำชับ กมธ.เร่งกำหนดแนวทางปฏิบัติ ให้ความรู้ประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ “ศ.นพ.สิริชัย ชยสิริโสภณ” เตือนฤทธิ์สารทีเอชซีในกัญชาทำให้มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ เลื่อนลอย มึนเมา อาเจียน ความคิดเชื่องช้า ความจำเสื่อม ไปจนถึงประสาทหลอน คนไม่เคยใช้อยู่ในร่างกายนาน 56 ชม. ส่วนคนใช้มานานอยู่ในร่างกายถึง 128 ชม. “หมอแท้จริง” ห่วงเมา (กัญชา) ขับรถอันตราย เพิ่มปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของไทยที่รุนแรงอยู่แล้ว แถมยังไร้กฎหมายเอาผิดเหมือนเมาเหล้า

กระแสปลดล็อกกัญชาเสรียังแรง มีทั้งผู้สนับสนุนและเริ่มมีผู้ออกมาตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วง ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องจากรัฐมนตรี” ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 92.5 ว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. หลายท่านให้ข้อแนะนำ ข้อคิดเห็น ความห่วงใยในที่สุดมีมติเสียงข้างมากรับหลักการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแปรญัตติและทำกฎหมายให้ดีที่สุด แล้วนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป ตนคิดว่ากรรมาธิการจะพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ สร้างความปลอดภัย ลดความกังวลให้ประชาชน ทำให้กฎหมายเป็นประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ ที่ต้องการดำเนินการเพื่อทำการแพทย์เพื่อสุขภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น ไม่มีเรื่องอื่นใดนอกจากนี้

“โดยเฉพาะเรื่องการทำกัญชาให้เสรีนั้น การสูบการเสพซึ่งมอมเมาให้มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทไม่ใช่เป็นเจตนารมณ์ จากนี้กระทรวงสาธารณสุขจะประชาสัมพันธ์และป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ไม่ให้ใช้ในทางสันทนาการที่ผิด กัญชาไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เหล้าบุหรี่ก็เหมือนกัน แม้แต่อาหารเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆถ้ากินปริมาณมากเกินไปก็ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงอาการไม่พึงประสงค์ได้ ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจว่ากัญชาเป็นสิ่งใหม่อย่าไปตระหนกตกใจกับคำว่ากัญชามาก ถ้าเราสามารถใช้ด้วยความเข้าใจ ใช้เพื่อประโยชน์เชิงสุขภาพทางการแพทย์แล้ว กัญชาจะเป็นประโยชน์มากมายกว่าโทษ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีกฎหมายควบคุมเลย วันนี้หากใครสูบก่อให้เกิดความรำคาญ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น ควัน พฤติกรรม ยังเข้าข่ายความผิด หากมีคนแจ้งว่าคนนี้ก่อความรำคาญมีโทษปรับและดำเนินคดีในชั้นศาล คนจะไปใช้ในทางที่ผิดไม่น่าจะมีมาก” รมว.สาธารณสุขกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า จากนี้ไปกัญชาไม่ใช่สิ่งที่หายาก ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายต้องหลบๆซ่อนๆ สักวันหนึ่งใช้เวลาไม่นานจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน กระทรวงสาธารณสุขจะบริหารสถานการณ์การใช้พืชกัญชงกัญชาในช่วงรอกฎหมายผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร จะทำทุกอย่างสุดความสามารถประคับประคองสถานการณ์ให้ผ่านไปได้ เป็นพืชต่อยอดในการรักษาผู้ป่วย เป็นพืชที่สร้างกระแสทางเศรษฐกิจ สร้างการหมุนเวียนของเงิน สร้างการจ้างงาน สร้างโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ป่วยให้มีทางเลือกนำพืชกัญชงกัญชามาใช้เป็นประโยชน์กับประชาชน หากสนใจเข้าแอปพลิเคชัน “ปลูกกัญ” เพื่อหาข้อมูลและจดแจ้งการปลูกในบ้านได้ เพื่อให้รัฐทราบข้อมูลนำไปสู่การบริหารนโยบายต่อไป ส่วนการปลูกเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

รมว.สาธารณสุขกล่าวด้วยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิจัยพบมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3 ล้านล้านบาท หากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยขอแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลกประมาณ 60,000 ล้านบาท หรือหากยังอยู่ในระยะตั้งไข่อาจได้สัก 2-3 หมื่นล้านบาท ทุกวันนี้มีผู้มาขอจดทะเบียนปลูกพืชกัญชง กัญชาและใช้ผลิตเป็นสินค้าต่างๆเป็นพันๆรายได้อนุมัติไปแล้ว และยังมีบริษัทต่างชาติ 3-4 แห่งเข้ามา เชิญตนไปดูงานทำเป็นจริงเป็นจังมูลค่าหลายพันล้านบาท หากมีโทษอย่างเดียวคงไม่มีใครมาสนใจลงทุน เป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง ยา โดยไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเชิงสันทนาการเลย

ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์เผยแพร่ว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการจดแจ้งการปลูกกัญชา กัญชง กันมากมายในโลกออนไลน์ เช่น อย่าไปลงข้อมูลจะหมดตัวเพราะถูกหลอก บ้างอ้างว่าเป็นเว็บปลอม แอปฯปลอม อย.ขอยืนยันว่า เว็บที่ถูกต้องสำหรับการจดแจ้งการปลูกกัญชา กัญชงคือ https://plookganja.fda.moph.go.th/ ส่วนแอปพลิเคชันมีให้เลือกดาวน์โหลดทั้งระบบ iOS และแอนดรอยด์ ใช้ชื่อ ปลูกกัญ โดยสังเกตชื่อผู้พัฒนาแอปฯดังกล่าว จะใช้ชื่อว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การปลดล็อกกัญชาที่มีผลเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. วันนี้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องการบังคับใช้และควบคุมกัญชายังไม่ชัดเจนในสายตาประชาชน หลายคนยังสับสนว่า ใช้อย่างไรได้บ้างหรืออย่างไรผิดกฎหมาย ดังนั้น การทำเรื่องเหล่านี้ให้ประชาชนรับรู้และปฏิบัติเป็นทิศทางเดียวกันคือ ต้องมีกฎหมายรับรองในการบังคับใช้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชงแล้ว ดังนั้น คงต้องเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุดเพราะจะเกิดช่องว่างเป็นสุญญากาศของกฎหมาย คงต้องฝาก กมธ.เร่งรัดทำให้เร็วแต่ต้องรัดกุมรอบคอบ เพื่อประโยชน์และความชัดเจนแก่ประชาชน รัฐบาลเองตั้งคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆรวมถึงดูข้อห่วงใยของสังคมไว้แล้ว ส่วนกระทรวงยุติธรรมให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมหลังปลดล็อกกัญชาเอาไว้แล้วเช่นกัน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับทราบข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะต่างๆของทุกภาคส่วนที่มีต่อการปลดล็อกกัญชากัญชง แต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพืชกัญชาและกัญชง มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน เพื่อกำหนดมาตรการแนวทางปฏิบัติและกำกับดูแลการใช้ นายกฯกำชับให้สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชนว่า การปลดล็อกครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเสพเพื่อสันทนาการ หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งให้ความรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านกลไกจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ให้เกิดความสับสนทั้งเรื่องการปลูก การเสพ และการจำหน่าย ลดความกังวลของสังคมเกี่ยวกับการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบางทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชน หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุเข้าถึงนำไปใช้เพื่อนันทนาการ อาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสังคมตามมา

ส่วนความเห็นของแพทย์และนักวิชาการต่อกัญชาเสรีวันเดียวกัน ศ.นพ.สิริชัย ชยสิริโสภณ นักวิจัยการใช้กัญชาทางการแพทย์จากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ในกัญชามีสารสำคัญจำนวนมาก ที่สำคัญคือ ทีเอชซี (THC) ซึ่งมีฤทธิ์เสพติด ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท และซีบีดี (CBD)ไม่มีฤทธิ์เสพติด สารจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์กัญชาด้วย ขอย้ำว่ากัญชาไม่ได้รักษาทุกโรค และที่รักษาอยู่ตอนนี้เป็นเพียงรักษาอาการเท่านั้น ไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของโรค เมื่อหยุดอาการก็กลับมาอีกหากเรื้อรัง และการใช้ต้องรู้ปริมาณทีเอชซีเพราะเป็นตัวที่ทำให้เกิดปัญหาการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ เลื่อนลอย มึนเมา ท้องเสีย อาเจียน ความคิดเชื่องช้า ความจำเสื่อม ถ้ารับปริมาณสูงจะทำให้ประสาทหลอน คนไม่เคยใช้มาก่อนสารนี้อยู่ในร่างกายนาน 56 ชม. ส่วนคนเคยใช้มานานสารนี้จะอยู่ได้ถึง 128 ชม. จึงต้องระวังทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ มีรายงานการสูบกัญชานานๆมีผลเสียต่อปอดรุนแรงกว่าการสูบบุหรี่ ผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้มีการอักเสบของหลอดลม ปอด ที่สำคัญคือมะเร็งปอด อีกทั้งยังมีปัญหาทางสมอง ไอคิวต่ำ เนื้อสมองฝ่อ สติปัญญาเสื่อม เฉื่อยชา ตัดสินใจผิดพลาด จิตหลอน และเป็นโรคจิตได้ ต้องช่วยกันรณรงค์ไม่ให้สูบ

รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) กล่าวว่า เนื่องจากประเทศไทยมีนโยบายใหม่เกี่ยวกับยาเสพติด มองผู้เสพเป็นผู้ต้องได้รับการบำบัดรักษา ส่วนผู้ค้ายังคงรับโทษทางกฎหมาย ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการแก้กฎหมายหลายฉบับอนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ การอนุญาตให้ใช้ประกอบอาหารได้จึงมีผู้ใช้กัญชามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงการปลดกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ถือเป็นชาติแรกในเอเชียที่เปิดให้ใช้อย่างเสรีและค่อนข้างเสรีที่สุดในโลก แม้จะไม่ส่งเสริมให้ใช้สันทนาการแต่การใช้สันทนาการก็ไม่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ ที่กำลังจะควบคุมเป็นเพียงเรื่องการสูบสร้างความรำคาญ การสูบแล้วขับขี่ยานพาหนะ และอาจห้ามโฆษณาออกมา บทเรียนในต่างประเทศที่ใช้กัญชาเสรีใช้สันทนาการ เช่น แคนาดา อุรุกวัย หวังแก้ปัญหากัญชาใต้ดิน กลับพบว่ามีคนใช้กัญชามากขึ้น มีคนป่วยเข้าห้องฉุกเฉินที่สัมพันธ์กับการใช้กัญชาเพิ่มขึ้น ดังนั้นประเทศไทยต้องช่วยกันเฝ้าระวัง ให้ความรู้การใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ระวังไม่ให้ใช้ในเด็ก เพราะมีผลกระทบต่อพัฒนาการ ต้องเตรียมรูปแบบการรักษาการเสพติดกัญชาให้พร้อม จากข้อมูลที่ผ่านมาแม้ใช้เพื่อรักษาโรค แต่ผู้ป่วยไม่ได้ซื้อน้ำมันกัญชาจากแหล่งที่ปลอดภัย

พญ.ปัจฉิมา หลอมประโคน รอง ผอ.สถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า นโยบายกระทรวงสาธารณสุขปี 2565 เรื่องสมุนไพรกัญชากัญชงแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกให้เข้าถึงอย่างปลอดภัย ระยะที่สองคือ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในส่วนของการใช้ทางการแพทย์ กรมการแพทย์กำหนดการใช้กัญชารักษาโรคเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์คือ 1.คลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด 2.โรคลมชักรักษายาก ดื้อต่อยารักษา 3.กล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยปลอกประสาทเสื่อมแข็ง 4.ปวดประสาท 5.ภาวะเบื่ออาหารในผู้ป่วยเอดส์ ที่มีน้ำหนักตัวน้อย และ 6.เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยระยะประคับประคองหรือระยะสุดท้ายของชีวิต อีก 2 กลุ่มคือกลุ่มที่น่าจะได้ประโยชน์คือ โรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ วิตกกังวลทั่วไป และปลอกประสาทอักเสบ และกลุ่มที่อาจได้ประโยชน์ในอนาคต เช่น การรักษามะเร็งอยู่ระหว่างการทดลอง ขอให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับการรักษาที่ได้มาตรฐาน อย่าใช้กัญชาเป็นทางเลือกแรก

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เผยว่า กรณีดังกล่าวตนห่วงใยถึงผลกระทบที่จะตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสูบกัญชาแล้วขับรถ เนื่องจากกัญชามีผลต่อสมองทำให้สมรรถนะการขับขี่ลดลงเหมือนเมาสุราแล้วขับ ฐานะที่ทำงานรณรงค์เมาไม่ขับมากว่า 30 ปี เรื่องนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นอย่างมาก เพราะจากนี้บนท้องถนนนอกจากเจอคนเมาแล้วขับร่วมทางแล้ว คนไทยยังต้องเผชิญกับคนเมา (กัญชา) แล้วขับอีก ถือเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งกับประชาชน เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายลงโทษคนเมา (กัญชา) แล้วขับ ขอวิงวอนพี่น้องประชาชน ถ้าสูบกัญชาอย่าออกมาขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นอันตรายทั้งผู้ขับขี่และผู้ร่วมทางบนท้องถนน ขณะเดียวกัน ฝากไปยังรัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการควบคุมการสูบกัญชาแล้วออกมาขับรถ เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมบนท้องถนนซ้ำเติมสถานการณ์อุบัติเหตุ ของประเทศไทยที่รุนแรงอยู่แล้ว

ที่มา:

https://www.thairath.co.th/news/politic/2416741


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved