“อนุทิน”เตรียมเปิดงานประชุมกัญชาเขต 7 ชมรมนวดขอนแก่นโชว์ “สปาอีสาน” เพื่อสุขภาพ

Share this content.

จังหวัดขอนแก่นพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 7 ระหว่างวันที่ 1-3 เมษายน 2565 ดึงเครือข่าย 4 จังหวัด ร้อยแก่นสารสินธุ์เข้าร่วม โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขร่วมเปิดงาน และมอบนโยบายการดำเนินงานด้านกัญชา พร้อมจัดเต็มไฮไลท์ ในนิทรรศการกัญชาทางการแพทย์จากผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์กว่า 40 นิทรรศการ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 มีนาคม ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น(KICE) สถานที่จัดการประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ เขตสุขภาพที่ 7 กำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 1-3 เมษายน 2565 มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมสถานที่ เวที และเครื่องเสียง จัดเตรียมบูธต่างๆ ของบรรดาผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และหน่วยงานที่อยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเปิดงานที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้เป็นวันแรก

โดยกำหนดการ มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานและมอบนโยบายการดำเนินงานด้านกัญชา รวมทั้งการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “กัญชา กัญชงไทย ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจของชาติ” มีนายแพทย์ เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน มีส่วนราชการจาก 4 จังหวัด ภาคอีสาน ที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 7 ได้แก่ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เข้าร่วม

นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน มีความพร้อมต้อนรับผู้เดินทางมาเข้าร่วมในงานนี้เป็นอย่างมาก การจัดงานในครั้งนี้สืบเนื่องจากที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยการลงนามปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติดนั้น มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนสามารถนำมาใช้ดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น และต่อยอดเศรษฐกิจครอบครัวซึ่งหลังจากที่ประเทศไทยเปิดโอกาสให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2562 กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ ได้มีการติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยากัญชา ในการรักษาโรคต่างๆ การเข้าถึงยากัญชาทางการแพทย์ของประชาชน เปิดคลินิกกัญชาในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งพบว่า ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยยากัญชามากขึ้นและมีความปลอดภัยสูง ดังนั้นผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ได้กำหนดให้มีการจัดประชุมวิชาการกัญชา ทางการแพทย์ขึ้นใน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ มีเป้าประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด”การดำเนินงานของเขตสุขภาพที่ 7 ประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ เป็นเขตสุขภาพที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนกัญชาเสรีทางการแพทย์ นำโดยผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 7 และนายแพทย์สาธารณสุข ทั้ง 4 จังหวัด มีการดำเนินการทั้งในส่วนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

โดยในส่วนต้นน้ำ มีการปลูกกัญชา 57 แห่ง พื้นที่ 5,703 ตารางเมตร ปลูกกัญชง 114 แห่ง พื้นที่รวม 160,463 ตารางเมตร ในส่วนกลางน้ำ มีโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการผลิตยาจากกัญชาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร คือ โรงพยาบาลมหาสารคาม จ.มหาสารคาม , โรงพยาบาลสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด , โรงพยาบาลกมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ และ โรงพยาบาลพล จ.ขอนแก่น ส่วนปลายน้ำ สามารถเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลภาครัฐและคลินิกกัญชาทางการแพทย์ภาคเอกชน รวม 74 แห่ง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยากัญชาทั้งแผนไทยและแผนปัจจุบัน

ในส่วนต่อยอดทางเศรษฐกิจ มีการพัฒนาเพื่อนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เช่น น้ำปลาร้าปรุงรสผสมใบกัญชา ดักแด้ทอดกรอบผสม ใบกัญชา เจลลี่ น้ำมัลเบอร์รี่ผสมใบกัญชา ผลิตภัณฑ์ขัด พอกและบำรุงผิวจากเมล็ดกัญชง เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในผลิตภัณฑ์เด่นของแต่ละจังหวัด และการนำผลิตภัณฑ์กัญชาและ กัญชงไปประยุกต์ให้บริการในสปาอีสานอีกด้วย” นพ.ภาคี กล่าว

นายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น ยังกล่าวอีกว่า การจัดงานตลอด 3 วันนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทั้งความรู้วิชาการที่เกี่ยวกับกัญชา จะเป็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางด้านวิชาการใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ กัญชาทางการแพทย์แผนปัจจุบัน กัญชาทางการแพทย์แผนไทย และกัญชาภาคประชาชน จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ ชมบูธนิทรรศการกัญชา การสาธิตและฝึกปฏิบัติการการทำอาหารเมนูจากกัญชา การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์การปลูกกัญชาภาคประชาชน การนำกัญชามาใช้เพื่อดูแลสุขภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา เทคนิคและวิธีการปรุงดินสำหรับการปลูกกัญชา การปั้นธุรกิจกัญชาระดับเศรษฐกิจประเทศระดับสากล การพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวกัญชาชุมชน การใช้กัญชาในผู้ป่วยมะเร็ง การผลิตสบู่สมุนไพรจากสารสกัดใบกัญชา รับรองว่าทุกท่านที่เข้ามาร่วมงานจะได้รับทั้งความรู้และแนวทางในการสร้างอาชีพจากกัญชาในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการเตรียมงานในวันนี้ หนึ่งในหน่วยงานที่จะนำเอาองค์ความรู้มาจัดแสดงและถ่ายทอด อาทิ ชมรมสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดขอนแก่น เครือข่ายผู้ประกอบการสปาและนวดเพื่อสุขภาพเขต 7 โดยจะมีการสาธิต “นวดกัญชง ดื่มกัญชา ในสปาอีสาน”น.ส.รสธร ตราชู ไชยกุล ประธานชมรมสปาและนวดเพื่อสุขภาพจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการนำเอาพืชกัญชง และกัญชา มาใช้เป็นวัตถุดิบในการนวดสปา เกิดจากการที่ทางชมรมฯ ซึ่งมีเครือข่ายเป็นร้านนวดสปาในเขตเมืองขอนแก่น ประมาณ 30 ร้าน ต้องการที่จะต่อยอดและสร้างคุณค่าให้กับสมุนไพร และเพิ่มมูลค่าให้กับอาชีพ จึงได้มีแนวคิดในการนำกัญชงมาใช้ โดยได้รับคำปรึกษาจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น โดยในกัญชงจะมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Cannabidiol หรือ CBD ที่พบได้มากจากสารสกัดที่ได้จากกัญชง สามารถยับยั้ง ปรับปรุงหรือซ่อมแซมผิวหนังได้ เช่น อาการคัน ผื่น แพ้ สิว ความเจ็บปวด การอักเสบ การติดเชื้อ การแบ่งตัว การเกิดสีผิว การเจริญเติบโตของเส้นขนต่างๆ ซึ่งสาร CBD นั้นเป็นสารที่ชอบละลายไปกับส่วนประกอบที่เป็นน้ำมัน วิธีการที่จะเป็นการนำเอาน้ำมันไปพบกับผิวหนังของมนุษย์ที่เราคุ้นเคย และทำกันทั่วไปอยู่แล้ว นั่นก็คือ การนวด

“หากนำสาร CBD ผสมให้เข้ากับน้ำมันนวด แล้วนำมาชโลมนวดบนผิวหนัง จะเป็นวิธีการที่ช่วยให้สาร CBD ไปมีผลบนผิวหนังของเราได้ดีขึ้น น้ำมันที่ใช้นวดจึงเป็นอีกหนึ่งตัวกลางที่สามารถนำมาผสมกับสารสกัดจากกัญชง และแต่งกลิ่นให้เหมาะกับการนวด เพื่อให้เกิดความผ่อนคลายได้อย่างลงตัว ก่อให้เกิดสุนทรียะทั้งด้านการสัมผัส สุคนธบำบัด และหากได้รับเครื่องดื่มชาชงจากใบกัญชา ในรูปแบบ Welcome drink ซึ่งมีสารอีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Tetrahydroconnabinol หรือ THC ที่จะเชื่อมต่อกับระบบการทำงานที่ทำให้เกิดความผ่อนคลายของระบบประสาทในมนุษย์ ก็จะช่วยให้ได้รับความสุนทรียะ ผ่อนคลายการลิ้มรส เพิ่มเติมไปอีกด้วย

ยังมีอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นั่นคือการนวดด้วยเทคนิคที่ช่วยเปิดกระตุ้นการไหลเวียนเลือด และไม่มากเกินไปจนทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มเติม เช่น การนวดย้อนขึ้นตามรูขุมขน โดยใช้ความเร็วสูง 16 วินาทีต่อครั้ง เพื่อให้เกิดความร้อน แต่ไม่ต้องลงน้ำหนักแรง อีกทั้งน้ำมันกัญชง ยังสามารถนำไปผสมกับน้ำมันจากพืชชนิดอื่นที่เข้ากับสาร CBD ในร่างกายได้ เช่น พืชตระกูลมะนาว ขมิ้น จะทำให้เพิ่มประสิทธิผลทั้งได้ด้านการบำบัดฟื้นฟูผิวหนังกล้ามเนื้อ และด้านผลด้านความผ่อนคลายจากสุคนธบำบัดอีกด้วย หากสปาหรือร้านนวดเพื่อสุขภาพ ที่นำไปใช้ในการให้บริการจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูให้บริการของสถานประกอบการและเพิ่มความพึงพอใจของผู้มารับบริการได้ดีเป็นอย่างยิ่ง อัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วจะเริ่มอยู่ที่ 1,000 ต่อชั่วโมง” ประธานชมรมสปาฯขอนแก่น กล่าว

ที่มา:https://www.matichon.co.th/region/news_3263875


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved