แห่ชิงขุมทรัพย์ ‘กัญชา-กัญชง’

Share this content.

แห่ชิงขุมทรัพย์ 'กัญชา-กัญชง'

บิ๊กคอร์ป ลงทุนปั้นสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม สกินแคร์ ขานรับเทรนด์ใหญ่ คาด 3 ปี วัฎจักรสินค้าโตพุ่ง เหตุ คนรุ่นใหม่ อยากลอง

เอกชนแห่ชิงขุมทรัพย์ ‘กัญชา-กัญชง’ บิ๊กคอร์ปพร้อมลงทุนศึกษาจริงจัง ขานรับเทรนด์ใหญ่มาแรง เร่งจัดทัพธุรกิจ ผนึกพันธมิตรก่อนลุยพัฒนาสินค้าใหม่ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สกินแคร์ เวชสำอาง ลุ้นกฎหมายหนุนโปรดักท์แรกออกทันปีนี้ ด้าน “ทียู” รอกฎหมายชัด ศึกษาทูน่าในน้ำมันกัญชา “พีทีจี” เล็งเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ “ร่าเริง” ผสมใบกัญชา ผู้ประกอบการคาด 3 ปี วัฏจักรสินค้าโตสูงแน่นอน เหตุคนรุ่นใหม่ ผู้บริโภคตื่นเต้น “อยากลอง” 

ยังสร้างกระแสความฮืออาอย่างต่อเนื่อง ในวงการธุรกิจที่ตบเท้าผนึกพันธมิตร สถาบันการศึกษา วิจัยสรรพคุณ ตลอดจนสินค้าใหม่ที่มีส่วนผสม “กัญชา-กัญชง” หลังจากที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขประกาศปลดล็อกให้กัญชาและกัญชงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด

ทั้งนี้ กรุงเทพธุรกิจ สำรวจตลาดและสอบถามผู้ประกอบการ พบว่า ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งเครื่องดื่ม สกินแคร์ ยาสีฟัน สื่อที่ผันตัวมาขายสินค้าเชิงพาณิชย์อย่าง อาร์เอส เจเคเอ็น และค่ายสินค้าสุขภาพและนวัตกรรมความงาม ต่างวางแผนกลยุทธ์ การทำตลาดสินค้าที่มีส่วนประกอบของกัญชา-กัญชงไว้แล้ว ส่วนบริษัทที่ยังไม่เคาะคลอดสินค้าสู่ตลาด ก็ไม่พลาดในการศึกษา “ขุมทรัพย์” ใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ตกขบวน

ธุรกิจ-ผลิตภัณฑ์ลุยพัฒนาสินค้า

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากแบรนด์เดนทิสเต้ สกินแคร์ สมูท-อีฯ เปิดเผยว่า เทรนด์สินค้าที่มีส่วนผสมกัญชงนั้นมาแรงมาก หลายประเทศปลดล็อกให้สาร “ทีเอชซี” ที่อยู่ในกัญชงถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อยอดเป็นสินค้าจำนวนมาก ทั้งหมากฝรั่ง ยาสีฟัน ช็อคโกแลต เป็นต้น โดยราคาขายสินค้าจะสูงกว่าสินค้าทั่วไป เช่น ประเทศเยอรมนี หมากฝรั่งที่มีส่วนผสมกัญชงราคาอยู่ที่ 4 ยูโร หรือมากกว่าฝากฝรั่่งปกติ 8 เท่าตัว ซึ่งขายราว 50 เซนต์

ทั้งนี้ หลังจากไทยปลดล็อกให้นำกัญชงมาใช้ประโยชน์ได้ บริษัทได้จับมือพันธมิตรศึกษาสรรพคุณ ตลอดจนสินค้าที่มีส่วนผสมกัญชง ประกอบกับข้อมูลงานวิจัยต่างๆ ระบุว่า สารทีเอชซี ในกัญชงมีประโยชน์มาก หากอยู่ในยาสีฟันจะช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับช่องปากที่รักษายากให้ดีขึ้น อยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณหรือสกินแคร์ จะช่วยแก้ปัญหาโรคผิวหนัง ผื่นแพ้บางอย่างได้ เป็นต้น

สำหรับสยามเฮลท์ กรุ๊ป จะนำกัญชงไปอยู่ในผลิตภัณฑ์สเปรย์ระงับกลิ่นปากเป็นรายการแรก หากพิจารณาไทม์ไลน์ปลูกกัญชง 4 เดือน สกัดสารทีเอชซี 1-2 เดือน นำไปวิเคราะห์อีก 1 ปี -2 เดือน จนถึงผลิตสินค้า และให้ภาครัฐอนุญาตจำหน่ายคาดว่าจะเห็นการเปิดตัวปลายปีนี้ ส่วนเหตุผลที่เลือกสเปรย์ระงับกลิ่นปากนำร่อง เพราะต่อมใต้ลิ้นสามารถดูดซึม และออกฤทธิ์ได้เร็ว ทำให้เห็นผลลัพธ์สินค้าทันที

“เราสนใจผลิตสินค้าที่มีส่วนผสมกัญชง เพราะเป็นเทรนด์ที่สร้างความตื่นเต้นให้ผู้บริโภค ในมิติการทำตลาดต้องเกาะกระแส หากตลาดแจ้งเกิดได้ ระยะแรกเชื่อว่า ผู้บริโภคอยากลอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ดังนั้นการผลิตสินค้าออกมาตอบโจทย์ หากทุกคนซื้อก็ขายได้หลัก 10 ล้านชิ้นตามจำนวนประชากร ส่วนสินค้าจะฮิตติดลมบนนานแค่ไหน วัฏจักรสินค้าทั่วไปจะขึ้นสู่จุดสูงสุด 3 ปี ก่อนเข้าสู่ภาวะปกติ ด้านราคาขายจะสูงแค่ไหน ขึ้นกับต้นทุนของสารสกัดที่ผลิตมาจำหน่าย อย่างสหรัฐขาย 30,000 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ไทยมีกระแสขายหลักแสนบาทต่อกก.” 

อินเตอร์ฟาร์มาต่อยอดสู่เวชสำอาง-ยา 

นายตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัทศึกษาการผลิตสินค้ากัญชงตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีก่อน และจับมือกับสถาบันศึกษาทำวิจัย รวมถึงวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ร่วมมือซัพพลายวัตถุดิบกัญชงให้

ทั้งนี้ สินค้ากัญชงที่คาดมาแรงระยะแรก หนีไม่พ้นอาหาร เครื่องดื่ม เพราะผลิตได้ง่าย ส่วนบริษัทให้ความสนใจนำมาต่อยอดผลิตภัณฑ์โภชนบำบัดกลุ่มโปรตีน เวชสำอาง ระยะยาวคาดว่าจะพัฒนาสู่เวชภัณฑ์ยา ต้องใช้เวลาราว 2 ปี จึงจะเห็นสินค้า เนื่องจากยาต้องใช้งบลงทุนสูงมากรวมถึงการวิจัยและพัฒนา ทดลองความปลอดภัย ส่วนแบรนด์คาดว่าจะอยู่ภายใต้อินเตอร์ฟาร์มา

“กัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดีมาก และมีสรรพคุณมากมาย มีตำนานบ่งชี้เป็นพันปี ส่วนกัญชามีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณสารทีเอชซี หากมากเกินไปจะไม่ดี แต่กัญชงสารทีเอชซี 0.3% หากนำมาเป็นยาจะดีมาก ขณะที่บริษัทจะพัฒนาสินค้า 4 รายการ ช่วงแรกเน้นโภชนบำบัด แต่ระยะยาวต้องโฟกัสยา เพราะสร้างรายได้ยั่งยืนกว่า”

อาร์เอสผนึกพันธมิตรลุยต้นน้ำ-ปลายน้ำ 

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทในเครือทั้ง ไลฟ์สตาร์ และอาร์เอส มอลล์ ได้ผนึกพันธมิตรศึกษาผลิตภัณฑ์สกินแคร์ เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีสารสกัดกัญชง เพื่อผลิตและจำหน่าย ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ในการสร้างรายได้ให้เติบโต

“บริษัทร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อวิจัยการนำส่วนต่างๆ ของกัญชงไปแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ช่อดอกนำไปผลิตยา สารสกัดจากกัญชง ใบนำไปผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง น้ำมันจากเมล็ดกัญชงนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร เครื่องสำอาง สารสกัดจากกัญชงนำไปผลิตเป็นเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง รวมถึงมีการพูดคุยกับพันธมิตรที่เป็นผู้ปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์ โรงสกัด และผู้ผลิตไว้เรียบร้อยแล้ว”

‘เจเคเอ็น-ดูเดย์ครีม’ ทำแน่

นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทจับมือพันธมิตร บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด(มหาชน) เพื่อผลิตสินค้านวัตกรรมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเครื่องดื่มที่มีสารสกัดกัญชงแท้ออแกนิกราว 10 รายการ(เอสเคยู)ตอบสนองความต้องการตลาด จำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านช่องออนไลน์ และทีวีโฮมชอปปิงรองรับการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเล็กใหญ่จำนวนมาก ที่ยังไม่มีแผนออกสินค้ากัญชงปีนี้ แต่วางแผนศึกษาตลาดและโอกาสก่อนคิกออฟ เปิดตัวสินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า กระแสสินค้าเกี่ยวกับกัญชา-กัญชงที่มาแรง บริษัทจะพัฒนาสินค้าป้อนตลาดแน่นอน เพราะกลยุทธ์การพัฒนาสินค้าใหม่ (NPD) เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการเติบโตให้บริษัทในปีนี้

“เราจะบุกเบิกตลาดสินค้ากัญชา-กัญชงแน่ๆ แต่ต้องทำการบ้านหนักมาก คือ ปริมาณซัพพลายของวัตถุดิบ เพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงพอต่อการสเกล หรือขยายตลาดให้ใหญ่ได้จริง”

นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเลี่ยงให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตสินค้ากัญชา-กัญชงมาตลอด เพราะจะมีผลกระทบต่อราคาหุ้นผันผวนได้ แต่ยอมรับว่าบริษัทสนใจเกี่ยวกับสินค้าดังกล่าวมาหลายปี และพยายามร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง แต่โจทย์ใหญ่ที่ต้องพิจารณาคือซัพพลายวัตถุดิบมีเพียงพอหรือไม่ ดังนั้นในแง่ของสินค้าจะยังไม่เห็นเร็วๆนี้

“ทียู”ศึกษาทูน่าในน้ำมันกัญชา

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ทียู กล่าวว่าบริษัทฯ มีความสนใจที่จะใช้กัญชามาเป็นวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ของไทยยูเนี่ยน โดยศูนย์นวัตกรรมอยู่ระหว่างศึกษาว่าควรจะใช้ประโยชน์จากส่วนใด เช่น ใบ ราก ดอก รวมทั้งสารสกัดหรือน้ำมัน แต่ทั้งนี้ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

“อะไรก็แล้วแต่ที่ตลาดต้องการและกฎหมายอนุญาตเราพร้อมจะทำ กรณีกัญชาเป็นเรื่องใหม่ ต้องดูความต้องการของผู้บริโภค และคุณประโยชน์ด้านใดที่จะหยิบมาใช้ได้บ้าง ดังนั้นถ้ากฎหมายชัดเจน เราก็พร้อมทำผลิตภัณฑ์ วางตลาดได้ทันที เป็นทูน่า แฮปปี้ หรืออะไรก็แล้วแต่”

นายธัญญวัฒน์ เกษมสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มด้านนวัตกรรม ทียู กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนให้ความสนใจจะนำกัญชา และกัญชงมาใช้เป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยไว้แล้ว และหากกฎหมายมีความชัดเจนก็จะสามารถผลิตได้ทันที เช่น ผลิตภัณฑ์ทูน่า ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแช่ในน้ำเกลือ น้ำแร่ น้ำมันมะกอก เป็นต้น ก็มีความเป็นไปได้อาจจะแช่ในน้ำมันกัญชา การตัดสินใจสร้างผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวจะข้ออยู่กับกฎหมายและความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก

“พีทีจี”เล็งขายก๋วยเตี๋ยวร่าเริงในปั๊ม

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)กล่าวว่าบริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรที่ได้ยื่นขอใบอนุญาตทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชงจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้วรวมถึงร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนเพื่อปลูกกัญชงมารองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย

ทั้งนี้ คาดว่าจะเห็นความชัดเจนร่วมมือกับพันธมิตร และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงออกมาจำหน่ายในไตรมาส 2-3 ปีนี้ เพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในร้านค้าในเครือของบริษัท ที่มีทั้งร้านค้าปลีก ร้านอาหาร และร้านเครื่องดื่ม อาทิ MAX Mart ,ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ร้านคอฟฟี่เวิลด์ และ นิวยอร์ก ฟิฟท์อเวนิว เดลี

อีกทั้งมีแผนจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ “ร่าเริง” ผสมใบกัญชา ในเร็วๆนี้ โดยจะเปิดจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน PT เป็นหลัก ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานและยึดหลักความถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลักด้วย 

เบื้องต้นบริษัทฯ จะไม่เข้าไปดำเนินการในธุรกิจต้นน้ำเพาะปลูกกัญชง เพราะการควบคุมวัตถุดิบยังต้องใช้ความรู้และความเชี่ยวชาญ อีกทั้งมีผู้เล่นในตลาดนี้อยู่แล้ว แต่ในส่วนของปลายน้ำยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

บิ๊กคอร์ปสนใจศึกษาจริงจัง

นอกจากนี้ กรุงเทพธุรกิจยังได้สอบถามไปยังผู้บริหารค่ายสิงห์ อิชิตัน กลุ่มธุรกิจทีซีพี หรือกระทิงแดงต่างมีความสนใจเทรนด์และต้องศึกษาตลาดให้รอบคอบว่าขนาดจะใหญ่ และโอกาสขายสินค้าจะมีสูงมากน้อยเพียงใด

ส่วนเบอร์ลียุคเกอร์หรือบีเจซี ยังไม่มีแผนลงทุนสินค้าดังกล่าว ขณะที่ไทยเบฟเวอเรจ ให้ความสนใจเทรนด์สินค้าที่มีส่วนผสม Canabis มาสักระยะแล้ว ด้านผู้ประกอบการรายย่อยอย่าง คลาส คาเฟ่ ปั้นแบรนด์ “Khaoyai Calm” อาหารและเครื่องดื่มส่วนผสมกัญชา เช่น แฮมเบอร์เกอร์, วุ้นบุกผง ส่วนร้านอาหารกัญชารส เสิร์ฟอาหารเมนูกัญชา เช่น กระเพราสุขใจ รื่นเริงบันเทิงยำฯ

ที่มา:

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/927537


Share this content.

Leave a Reply

ชุมชนคนใช้กัญชาทางการแพทย์

โดยคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Copyright © 2022 Cucans All rights reserved